นกที่ไร้รังและคอกที่ไร้วัว
ได้อ่านประวัติผลงานของ กลอเรีย เวลแลน เห็นรายชื่อคุ้นๆ เรื่อง 'นกที่ไร้รัง' (Homeless Bird) จึงไปค้นในกองหนังสือที่ซื้อไว้เมื่องานมหกรรมหนังสือคราวที่แล้ว
วันนี้เป็นวันที่เดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัดจึงตั้งใจว่าจะหาหนังสือเพื่อติดกระเป๋าไปอ่านระหว่างทางสักเล่มสองเล่ม จึงหยิบหนังสือที่มีดีกรีถึงรางวัลเนชั่น บุ๊คเล่มนี้มาอ่าน
เรื่องนี้เป็นเรื่องสะท้อนความต้อยต่ำและความอยุติธรรมของเพศหญิงในประเทศอินเดีย ตั้งแต่การแต่งงานในการจ่ายค่าสินสอดนั้นต้องเป็นหน้าที่ของฝ่ายหญิง และจะต้องทำงานอย่างหนัก และจะไม่ได้รับการศึกษาอย่างที่เพศชายได้รับสิทธินี้ เมื่อความเป็นม่ายมาถึงหญิงผู้นั้นจะได้รับการปฏิบัติอย่างไร้เกียรติ และหากจะกลับบ้านก็จะไม่ได้รับการต้อนรับ หรือจะไปที่แห่งไหนก็จะไม่มีใครยินดีต้อนรับหญิงม่าย
เรื่องนั้นเล่าในสายตามองโลกที่เป็นบวกแต่ความโหดร้ายของสังคมก็ยังสามารถทำให้เรื่องมีความรันทดกับชีวิตของตัวละครอยู่ดี มันแสนยากลำบากเพียงไรที่หญิงม่ายคนหนึ่งจะมีบ้านและครอบครัวที่อบอุ่น
ตลอดทางกลับบ้านนั้นเราแทบจะไม่ได้หลับ แต่รู้สึกซาบซึ้งไปกับเรื่องราวหรือเป็นเพราะว่าเรากำลังกลับบ้าน
เรารู้สึกดีใจที่ยังมีบ้านให้กลับ
ตอนนี้ที่บ้านฝนตกและน้ำท่วมสูงขึ้นเรื่อยๆ บ้านที่ไม่ได้อยู่ในตัวเมืองและอยู่ในที่ต่ำน้ำท่วมจนต้องหลบขึ้นไปบนหลังคา ความรู้สึกไม่ต่างจากนกที่ไร้รังจะบินกลับ เป็นอย่างนี้ทุกปีบางทีปีละหลายๆ ครั้ง
ต้องหวังตนเองเพราะความช่วยเหลือไม่ทั่วถึงและกว่าจะมาน้ำก็ลดไปแล้ว ถึงแม้จะท่วมไม่รุนแรงแต่เป็นอย่างนี้ทุกปี โรงเรียนต้องหยุดการเรียนการสอน ร้านค้าเสียหาย
เพราะไม่รุนแรงพอ จึงไม่มีการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ไม่มีป้องกันการเกิดอุทกภัย มีเพียงการช่วยเหลือเฉพาะหน้า
วัวมันหายไป แล้วเพิ่งจะล้อมคอก
วันนี้เป็นวันที่เดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัดจึงตั้งใจว่าจะหาหนังสือเพื่อติดกระเป๋าไปอ่านระหว่างทางสักเล่มสองเล่ม จึงหยิบหนังสือที่มีดีกรีถึงรางวัลเนชั่น บุ๊คเล่มนี้มาอ่าน
เรื่องนี้เป็นเรื่องสะท้อนความต้อยต่ำและความอยุติธรรมของเพศหญิงในประเทศอินเดีย ตั้งแต่การแต่งงานในการจ่ายค่าสินสอดนั้นต้องเป็นหน้าที่ของฝ่ายหญิง และจะต้องทำงานอย่างหนัก และจะไม่ได้รับการศึกษาอย่างที่เพศชายได้รับสิทธินี้ เมื่อความเป็นม่ายมาถึงหญิงผู้นั้นจะได้รับการปฏิบัติอย่างไร้เกียรติ และหากจะกลับบ้านก็จะไม่ได้รับการต้อนรับ หรือจะไปที่แห่งไหนก็จะไม่มีใครยินดีต้อนรับหญิงม่าย
เรื่องนั้นเล่าในสายตามองโลกที่เป็นบวกแต่ความโหดร้ายของสังคมก็ยังสามารถทำให้เรื่องมีความรันทดกับชีวิตของตัวละครอยู่ดี มันแสนยากลำบากเพียงไรที่หญิงม่ายคนหนึ่งจะมีบ้านและครอบครัวที่อบอุ่น
ตลอดทางกลับบ้านนั้นเราแทบจะไม่ได้หลับ แต่รู้สึกซาบซึ้งไปกับเรื่องราวหรือเป็นเพราะว่าเรากำลังกลับบ้าน
เรารู้สึกดีใจที่ยังมีบ้านให้กลับ
ตอนนี้ที่บ้านฝนตกและน้ำท่วมสูงขึ้นเรื่อยๆ บ้านที่ไม่ได้อยู่ในตัวเมืองและอยู่ในที่ต่ำน้ำท่วมจนต้องหลบขึ้นไปบนหลังคา ความรู้สึกไม่ต่างจากนกที่ไร้รังจะบินกลับ เป็นอย่างนี้ทุกปีบางทีปีละหลายๆ ครั้ง
ต้องหวังตนเองเพราะความช่วยเหลือไม่ทั่วถึงและกว่าจะมาน้ำก็ลดไปแล้ว ถึงแม้จะท่วมไม่รุนแรงแต่เป็นอย่างนี้ทุกปี โรงเรียนต้องหยุดการเรียนการสอน ร้านค้าเสียหาย
เพราะไม่รุนแรงพอ จึงไม่มีการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ไม่มีป้องกันการเกิดอุทกภัย มีเพียงการช่วยเหลือเฉพาะหน้า
วัวมันหายไป แล้วเพิ่งจะล้อมคอก


ความคิดเห็น
ทําไมอยู่ๆหยุดเขียน?
หลงทางมาเลยขอเขียนคําทักทายไว้
:D