อิสระเบียบ
เด็กรุ่นใหม่ในวงการขีดเขียนที่อาจจะยังไม่รู้จักการทำงานรับจ้างแบบอิสระนี้ดีพอ สีหน้าและแววตาบ่งบอกความรู้สึกเท่ห์เมื่อบอกว่าตนเองมีอาชีพอิสระด้วยการพูดทับศัพท์ว่าตนเป็น 'ฟรีแลนซ์' (freelance) และคงเป็นความใฝ่ฝันของนักเขียนรุ่นใหม่หลายๆคน
จริงๆ แล้ว 'ฟรีแลนซ์' นี้ก็คืออาชีพ 'รับจ้าง' ระหว่างสองคำนี้ฟังดูแตกต่าง ฟังดูแล้วเหมือนมีการแบ่งชนชั้นทั้งที่ไม่ได้แตกต่างกันเลย แต่คำเรียกนี้จะถูกเลือกใช้ตามชนิดของงาน เช่นถ้าเป็นทำอาชีพก่อสร้างจะใช้คำว่ารับจ้าง อย่างถ้าเป็นงานด้านขีดเขียนมักจะใช้คำว่าฟรีแลนซ์แทน
แต่ไม่ว่าจะรับจ้างทำอะไร อาชีพประเภทนี้มีความอิสระมาก ไม่ต้องเข้าสำนักงาน ไม่ต้องตอกบัตร ไม่ต้องแต่งกายให้ดูดีภูมิฐานในขณะทำงาน ไม่ต้องเป็นผู้ประกันตนของประกันสังคม ฯลฯ แต่เป็นอาชีพที่ต้องมีวินัยสูงมาก งานทุกงานที่ทำหมายถึงรายได้ที่จะมาเลี้ยงปากท้อง หากไม่ทำต่อไป ภายภาคหน้าอาจจะไม่มีกิน และเนื้องานต้องมีคุณภาพสูงพอสมควร เพราะหากทำงานอย่างขอไปทีหรือสุกเอาเผากินก็จะได้งาน ก็จะไม่มีงานอย่างต่อเนื่องหรืออาจจะไม่มีมาอีกเลย
ในด้านของผู้จ้างงานก็สำคัญ ในกรณีนี้หมายถึง สำนักพิมพ์หรือนิตยสารที่เราทำงานให้ ที่ให้ความสำคัญและควรคำนึงถึงด้วยก็เพราะหากผู้จ้างงานไม่น่าเชื่อถือและไม่น่าไว้ใจ หรือทำงานล่าช้าไม่เป็นระบบ มันก็จะเดือดร้อนถึงฟรีแลนซ์ได้เช่นกัน
ผมเคยทำงานในฐานะเป็นบรรณาธิการฟรีแลนซ์อยู่พักหนึ่ง หรืออาจจะเรียกว่าชั่ววูบชั่ววาบก็พูดได้ เพราะทำเพียงงานเดียวเท่านั้น
ผมได้รับงานจากสำนักพิมพ์แห่งหนึ่งและได้ทำงานเสร็จเรียบร้อยไปด้วยดีแล้ว มีการตกลงราคากันเสร็จสรรพ เหลือเพียงขั้นตอนการตรวจแก้ครั้งสุดท้าย งานก็จะเสร็จสมบูรณ์ แต่เกิดปัญหาตรงที่ว่างานขั้นสุดท้ายยังไม่ส่งมาถึงมือผมเสียที
ระยะเวลาที่ผมทำงานชิ้นนี้ในขั้นแรกใช้เวลาตรวจแก้ไม่ถึงสองสัปดาห์ แล้วจึงนำไปจัดรูปเล่ม แต่นี่เป็นเวลาสามเดือนแล้วกลับไม่ได้ข่าวคราวจากสำนักพิมพ์นั้นอีกเลย มีแต่เพียงงานชุดใหม่ที่ส่งมาให้ตรวจแก้เพิ่ม ซึ่งถ้าผมทำต่ออาจจะต้องรอไปอีกนานเท่าไรก็ไม่รู้จึงจะได้รับค่าจ้าง ก็คงเหมือนที่ต้องรออย่างงานชิ้นแรก หากไม่ติดต่อกลับไปทางสำนักพิมพ์อยู่เรื่อยๆ ก็จะไม่รู้ข่าวคราวการผลิตว่าไปตกหล่นอยู่ตรงไหน หรือทางสำนักพิมพ์อาจจะพิมพ์ออกขายไปแล้ว จนวันที่เจอหนังสือที่ตัวเองทำจึงจะรู้ว่าโดยสำนักพิมพ์โกง
หรือฟรีแลนซ์บางคนถอดใจที่จะตามเพราะเบื่อหน่ายกับเงินไม่กี่พัน ต้องมานั่งตามทวงหลายครั้งหลายครามันกลายเป็นความเอือมระอา และไม่คิดจะทวงแล้ว จนสำนักพิมพ์ตีพิมพ์วางขายไปแล้วจึงค่อยติดต่อกลับมาเพื่อจ่ายค่าจ้าง ปัญหาเหล่านี้มันเกิดขึ้นได้
และปัญหาที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ อาทิ ได้เงินล่าช้าหรือบางทีอาจจะไม่ได้ งานเยอะกว่าที่ตกลงกันไว้แต่เนื่องจากฟรีแลนซ์เป็นผู้รับจ้างก็ต้องยอมรับอย่างเสียไม่ได้ โอกาสในการต่อรองราคาค่าจ้างนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เพราะมีคนรอที่จะแทนที่เราได้ทุกเมื่อหากผู้จ้างงานไม่พอใจ
ฉะนั้นทางออกของฟรีแลนซ์หรือนักเขียนรับจ้างที่พอจะทำได้ก็คือ ทำงานของตัวเองให้ดี ให้อยู่ในมาตรฐาน มีระเบียบวินัยต่อตัวเอง นำเสนองานเขียนของตัวเองไปในวงกว้าง โอกาสที่งานจะเข้ามาก็สูงขึ้น และโอกาสที่จะได้งานอย่างต่อเนื่องก็จะสูงขึ้นเช่นกัน
จริงๆ แล้ว 'ฟรีแลนซ์' นี้ก็คืออาชีพ 'รับจ้าง' ระหว่างสองคำนี้ฟังดูแตกต่าง ฟังดูแล้วเหมือนมีการแบ่งชนชั้นทั้งที่ไม่ได้แตกต่างกันเลย แต่คำเรียกนี้จะถูกเลือกใช้ตามชนิดของงาน เช่นถ้าเป็นทำอาชีพก่อสร้างจะใช้คำว่ารับจ้าง อย่างถ้าเป็นงานด้านขีดเขียนมักจะใช้คำว่าฟรีแลนซ์แทน
แต่ไม่ว่าจะรับจ้างทำอะไร อาชีพประเภทนี้มีความอิสระมาก ไม่ต้องเข้าสำนักงาน ไม่ต้องตอกบัตร ไม่ต้องแต่งกายให้ดูดีภูมิฐานในขณะทำงาน ไม่ต้องเป็นผู้ประกันตนของประกันสังคม ฯลฯ แต่เป็นอาชีพที่ต้องมีวินัยสูงมาก งานทุกงานที่ทำหมายถึงรายได้ที่จะมาเลี้ยงปากท้อง หากไม่ทำต่อไป ภายภาคหน้าอาจจะไม่มีกิน และเนื้องานต้องมีคุณภาพสูงพอสมควร เพราะหากทำงานอย่างขอไปทีหรือสุกเอาเผากินก็จะได้งาน ก็จะไม่มีงานอย่างต่อเนื่องหรืออาจจะไม่มีมาอีกเลย
ในด้านของผู้จ้างงานก็สำคัญ ในกรณีนี้หมายถึง สำนักพิมพ์หรือนิตยสารที่เราทำงานให้ ที่ให้ความสำคัญและควรคำนึงถึงด้วยก็เพราะหากผู้จ้างงานไม่น่าเชื่อถือและไม่น่าไว้ใจ หรือทำงานล่าช้าไม่เป็นระบบ มันก็จะเดือดร้อนถึงฟรีแลนซ์ได้เช่นกัน
ผมเคยทำงานในฐานะเป็นบรรณาธิการฟรีแลนซ์อยู่พักหนึ่ง หรืออาจจะเรียกว่าชั่ววูบชั่ววาบก็พูดได้ เพราะทำเพียงงานเดียวเท่านั้น
ผมได้รับงานจากสำนักพิมพ์แห่งหนึ่งและได้ทำงานเสร็จเรียบร้อยไปด้วยดีแล้ว มีการตกลงราคากันเสร็จสรรพ เหลือเพียงขั้นตอนการตรวจแก้ครั้งสุดท้าย งานก็จะเสร็จสมบูรณ์ แต่เกิดปัญหาตรงที่ว่างานขั้นสุดท้ายยังไม่ส่งมาถึงมือผมเสียที
ระยะเวลาที่ผมทำงานชิ้นนี้ในขั้นแรกใช้เวลาตรวจแก้ไม่ถึงสองสัปดาห์ แล้วจึงนำไปจัดรูปเล่ม แต่นี่เป็นเวลาสามเดือนแล้วกลับไม่ได้ข่าวคราวจากสำนักพิมพ์นั้นอีกเลย มีแต่เพียงงานชุดใหม่ที่ส่งมาให้ตรวจแก้เพิ่ม ซึ่งถ้าผมทำต่ออาจจะต้องรอไปอีกนานเท่าไรก็ไม่รู้จึงจะได้รับค่าจ้าง ก็คงเหมือนที่ต้องรออย่างงานชิ้นแรก หากไม่ติดต่อกลับไปทางสำนักพิมพ์อยู่เรื่อยๆ ก็จะไม่รู้ข่าวคราวการผลิตว่าไปตกหล่นอยู่ตรงไหน หรือทางสำนักพิมพ์อาจจะพิมพ์ออกขายไปแล้ว จนวันที่เจอหนังสือที่ตัวเองทำจึงจะรู้ว่าโดยสำนักพิมพ์โกง
หรือฟรีแลนซ์บางคนถอดใจที่จะตามเพราะเบื่อหน่ายกับเงินไม่กี่พัน ต้องมานั่งตามทวงหลายครั้งหลายครามันกลายเป็นความเอือมระอา และไม่คิดจะทวงแล้ว จนสำนักพิมพ์ตีพิมพ์วางขายไปแล้วจึงค่อยติดต่อกลับมาเพื่อจ่ายค่าจ้าง ปัญหาเหล่านี้มันเกิดขึ้นได้
และปัญหาที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ อาทิ ได้เงินล่าช้าหรือบางทีอาจจะไม่ได้ งานเยอะกว่าที่ตกลงกันไว้แต่เนื่องจากฟรีแลนซ์เป็นผู้รับจ้างก็ต้องยอมรับอย่างเสียไม่ได้ โอกาสในการต่อรองราคาค่าจ้างนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เพราะมีคนรอที่จะแทนที่เราได้ทุกเมื่อหากผู้จ้างงานไม่พอใจ
ฉะนั้นทางออกของฟรีแลนซ์หรือนักเขียนรับจ้างที่พอจะทำได้ก็คือ ทำงานของตัวเองให้ดี ให้อยู่ในมาตรฐาน มีระเบียบวินัยต่อตัวเอง นำเสนองานเขียนของตัวเองไปในวงกว้าง โอกาสที่งานจะเข้ามาก็สูงขึ้น และโอกาสที่จะได้งานอย่างต่อเนื่องก็จะสูงขึ้นเช่นกัน


ความคิดเห็น