เรารักจดหมาย
สิ่งที่เราเบื่อหน่ายที่สุดในวันๆ หนึ่งของชีวิต คือการที่ต้องตรวจดูอีเมลที่หลั่งไหลเข้าอินบ็อกซ์
ไม่ใช่เพราะว่าเรามีข้อความที่จะสื่อสารกันมากมายอย่างนั้น แต่กลับเป็นข้อความที่แสดงถึงความเป็นห่วงเป็นใยเป็นเรื่องเล่าที่ทำให้เรากลับมามองชีวิตตัวเองให้มากขึ้น เป็นเรื่องขอร้อง เป็นข่าวลือ เป็นเรื่องโกหกหลอกลวง เป็นภาพหลุดๆ เป็นภาพโป๊ ฯลฯ
ถ้ายังไม่ลืมว่าจดหมาย (mail) นั้นเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อการสื่อสารระหว่างกัน เล่าเรื่องราวความเป็นไปของตัวเองให้คนที่อยู่ไกลกัน สามารถเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกผ่านทางตัวอักษร
การอ่านจดหมายต่างจากการอ่านหนังสือ เพราะมันมีความรู้สึกของผู้อ่านร่วมอยู่ในนั้น ซึ่งอย่างไรก็ยังต่างจากการอ่านหนังสือนิยายรักหวานซึ้งกินใจ หรือนิยายชีวิตที่อาจเขียนจากชีวิตจริงซึ่งบันดาลความรู้สึกร่วมได้อย่างแรงกล้า แต่เหล่านั้นไม่ใช่เรื่องราวของตัวเรา
การเขียนจดหมายก็เช่นกัน
แต่เมื่อจดหมายกลายเป็นจดหมายอิเล็กทรอนิกส์(email) ด้านการใช้งานยังคงคุณสมบัติเดิมไว้ได้คือสื่อสารกันด้วยตัวอักษร และยิ่งกว่านั้นยังสามารถส่งภาพเคลื่อนไหวได้อย่างง่ายดายอีก ซึ่งน่าจะให้อารมณ์ความรู้สึกที่ดีกว่า แต่กลับไม่ใช่
คนที่ใช้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่ไม่ได้ส่งเรื่องราวของตัวเองถึงกัน ไม่ได้เขียนถึงกัน เป็นแค่เพียงจดหมายที่ส่งต่อๆกันไปเรื่อยๆ แล้วมันก็จะวนกลับมาหาเราอีกรอบ อีกรอบ ซึ่งนั่นทำให้การอ่านจดหมายอิเล็กทรอนิคเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่าย และเพราะมันไม่มีอารมณ์ความรู้สึกของผู้ส่งและผู้รับอยู่ในนั้น มันจึงขาดเสน่ห์ไป
การเขียนจดหมายตั้งแต่ดั้งเดิมนั้นเป็นมากกว่าการเขียนหรือพิมพ์ตัวหนังสือลงบนกระดาษ แต่การเลือกกระดาษ ซองจดหมาย ปากกาที่เขียน และแม้แต่การใส่กลิ่นแป้ง หรือน้ำหอมลงไปในซองจดหมาย เพื่อให้ผู้อ่านระลึกถึงผู้เขียนได้อย่างมีมิติมากขึ้น ซึ่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ไม่สามารถทำได้
จดหมายอิเล็กทรอนิกส์มาแทนที่จดหมายนั้น มันไม่ได้ถูกใช้ทำหน้าที่เป็นจดหมายอย่างที่ชื่อมันบอกไว้เลย
ไม่ใช่เพราะว่าเรามีข้อความที่จะสื่อสารกันมากมายอย่างนั้น แต่กลับเป็นข้อความที่แสดงถึงความเป็นห่วงเป็นใยเป็นเรื่องเล่าที่ทำให้เรากลับมามองชีวิตตัวเองให้มากขึ้น เป็นเรื่องขอร้อง เป็นข่าวลือ เป็นเรื่องโกหกหลอกลวง เป็นภาพหลุดๆ เป็นภาพโป๊ ฯลฯ
ถ้ายังไม่ลืมว่าจดหมาย (mail) นั้นเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อการสื่อสารระหว่างกัน เล่าเรื่องราวความเป็นไปของตัวเองให้คนที่อยู่ไกลกัน สามารถเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกผ่านทางตัวอักษร
การอ่านจดหมายต่างจากการอ่านหนังสือ เพราะมันมีความรู้สึกของผู้อ่านร่วมอยู่ในนั้น ซึ่งอย่างไรก็ยังต่างจากการอ่านหนังสือนิยายรักหวานซึ้งกินใจ หรือนิยายชีวิตที่อาจเขียนจากชีวิตจริงซึ่งบันดาลความรู้สึกร่วมได้อย่างแรงกล้า แต่เหล่านั้นไม่ใช่เรื่องราวของตัวเรา
การเขียนจดหมายก็เช่นกัน
แต่เมื่อจดหมายกลายเป็นจดหมายอิเล็กทรอนิกส์(email) ด้านการใช้งานยังคงคุณสมบัติเดิมไว้ได้คือสื่อสารกันด้วยตัวอักษร และยิ่งกว่านั้นยังสามารถส่งภาพเคลื่อนไหวได้อย่างง่ายดายอีก ซึ่งน่าจะให้อารมณ์ความรู้สึกที่ดีกว่า แต่กลับไม่ใช่
คนที่ใช้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่ไม่ได้ส่งเรื่องราวของตัวเองถึงกัน ไม่ได้เขียนถึงกัน เป็นแค่เพียงจดหมายที่ส่งต่อๆกันไปเรื่อยๆ แล้วมันก็จะวนกลับมาหาเราอีกรอบ อีกรอบ ซึ่งนั่นทำให้การอ่านจดหมายอิเล็กทรอนิคเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่าย และเพราะมันไม่มีอารมณ์ความรู้สึกของผู้ส่งและผู้รับอยู่ในนั้น มันจึงขาดเสน่ห์ไป
การเขียนจดหมายตั้งแต่ดั้งเดิมนั้นเป็นมากกว่าการเขียนหรือพิมพ์ตัวหนังสือลงบนกระดาษ แต่การเลือกกระดาษ ซองจดหมาย ปากกาที่เขียน และแม้แต่การใส่กลิ่นแป้ง หรือน้ำหอมลงไปในซองจดหมาย เพื่อให้ผู้อ่านระลึกถึงผู้เขียนได้อย่างมีมิติมากขึ้น ซึ่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ไม่สามารถทำได้
จดหมายอิเล็กทรอนิกส์มาแทนที่จดหมายนั้น มันไม่ได้ถูกใช้ทำหน้าที่เป็นจดหมายอย่างที่ชื่อมันบอกไว้เลย


ความคิดเห็น