ไม่มีโทรศัพท์และเครื่องปรับอากาศเพราะไม่จำเป็น



ไม่มีโทรศัทพ์และเครื่องปรับอากาศ
ผู้เขียน
วรพจน์ พันธุ์พงศ์
สำนักพิมพ์ โอเพ่นบุ๊คส์ราคา 165 บาท
'เรื่องของคน' เป็นหัวข้อให้นักคิดนักเขียนได้ถ่ายทอดเป็นเรื่องราวมากมาย โดยเฉพาะด้านที่เป็นความคิดแต่ใครจะเขียนมันออกมาเป็นตัวอักษรได้อย่างครบถ้วนกระบวนความอย่างที่ใจคิดบ้างยิ่งความรู้สึกของคนก็ยิ่งถ่ายทอดออกมาได้ยากเท่าๆ กับที่มันซับซ้อน และถึงแม้ว่าจะเคยสัมผัสอารมณ์นั้นด้วยตัวเอง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีความสามารถถ่ายทอดอารมณ์เหล่านั้นออกมาได้เหมือนอย่างที่รู้สึก
นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมจึงมีหนังสือที่สื่อความคิดและอารมณ์ของคน ออกมามากมายและไม่หมดสิ้น
สำหรับคนๆ หนึ่งก็นับว่าซับซ้อนเพียงพอแล้ว แต่ในอารมณ์เดียวกันความรู้สึกของแต่ละคน ก็แต่ต่างไปสารพัด หาหลักเกณฑ์อะไรไม่ได้กับเรื่องความรู้สึกของคน
ในโลกที่ดูเหมือนจะสะดวกสบายมากขึ้นแต่กลับสลับซับซ้อนยิ่งขึ้นด้วยระบบต่างๆ ที่คนได้คิดค้นขึ้นมา
เงินตรา เศรษฐกิจ รัฐบาล กฎหมาย เทคโนโลยี ฯลฯ ถูกกลั่นกรองและสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อให้คนอยู่ร่วมกันได้อย่างสุข สงบ และสะดวกสบาย แต่เหล่านั้นกลับทำให้ความคิดและความรู้สึกของเรายิ่งซับซ้อนขึ้น มีเงื่อนไขในการใช้ชีวิตมากขึ้น
บางครั้งก็ทำให้เราสับสน ว่าจะต้องเชื่อระบบที่เราสร้างขึ้นหรือเชื่อสิ่งที่อยู่ภายในตัวเรา และก็หลายครั้งที่แม้แต่เราเองก็ยังไม่เข้าใจสิ่งที่อยู่ภายในที่เรียกว่า 'จิตใจ' เลย

คนปล่อยตัวและใจไปตามกระแสที่ผันแปรตลอดเวลา หากเราได้นิ่งคิด และนึกถึงสิ่งเป็นพื้นฐานของคนจริงๆ ก็ไม่น่ายากเกินความเป็นคน เพื่อจะทำความเข้าใจตัวตนที่ตัวเองเป็น

เกิดเป็นคนก็น่าจะเข้าใจ 'ความเป็นคน' ได้ดีกว่า 'ความเป็นพยาธิปากขอหรือตัวตืด'

ผมคิดว่าวรพจน์เองก็ไม่ได้เข้าใจความเป็นคนได้ดีไปกว่าคนอื่นสักเท่าไร แต่ความสามารถในการถ่ายทอดออกมานั้นทำได้ดีกว่าคนอื่นๆ ทำให้ผู้ที่อ่านงานของเขาสามารถเข้าใจสิ่งที่เขาจะสื่อสารได้มากขึ้น

ผมติดตามอ่านงานของวรพจน์มาก่อนหน้านี้บ้าง เช่น open diary, ไปตามเส้นทางของเรา และบทสัมภาษณ์ตามนิตยสารต่างๆ ผมพบว่ามีความเป็นตัวของวรพจน์ผสมอยู่ในนั้น แม้ส่วนใหญ่งานเขียนของเขาเป็นการสัมภาษณ์

แต่ผมไม่เคยมั่นใจว่า จริงๆ แล้วตัวตนของวรพจน์เป็นอย่างไร ถึงแม้ว่าอ่านงานที่เป็นความเรียง ที่เล่าเรื่องราวชีวิตและความคิดของตัวเขาเองแล้วก็ตาม

หรือนี่อาจจะเป็นคุณสมบัติที่ผู้ถ่ายทอดความคิดและความรู้สึกของ 'คน' จะต้องพึ่งมี เพราะมิฉะนั้นก็เป็นได้แค่ผู้ถ่ายทอดความคิดและความรู้สึกของ 'ตน' เพียงเท่านั้น

ความสามารถที่ติดตัววรพจน์มา จากประสบการณ์ในวงการขีดเขียนนาน 10 กว่าปี ก็คือสามารถดึงตัวตนของผู้ที่เขาสัมภาษณ์ออกมาได้ลึกและกว้างที่สุดเท่าที่ผมเคยอ่านบทสัมภาษณ์ ตามหน้าหนังสือพิมพ์หลายฉบับและนิตยสารอีกหลายหัว

ในผลงานรวมเล่มชิ้นนี้ส่วนใหญ่เขาเขียนจากชีวิตที่เขาดำเนินไปตามธรรมชาติ ไม่ได้ดั้นด้นเดินทางไปสัมภาษณ์ชีวิตใครอย่างตั้งใจ เป็นชีวิตประจำวันที่ไม่ได้แตกต่างจากชีวิตชนชั้นกลางทั่วๆ ไปที่ถิ่นอาศัยอยู่ในเมืองและมีโอกาสได้ไปต่างจังหวัดบ้างเป็นบางครั้ง ชีวิตส่วนใหญ่จึงวนเวียนอยู่ระหว่างบ้าน ที่ทำงาน ท้องถนน การจราจรติดขัด อุบัติเหตุกลางถนน ฯลฯ

วรพจน์สามารถดึงความคิดและความรู้สึกต่อสิ่งรอบตัวของเขาออกมาแล้วสะท้อนกลับไปยังผู้อ่านได้อย่างทรงพลัง บางครั้งที่ผมอ่านงานของเขา ก็ลืมไปเหมือนกันว่าเป็นเขาที่พาความคิดของผมมาไกลถึงตรงนี้ ทั้งที่เรื่องที่กำลังบอกเล่านั้นก็เป็นเรื่องของเขาทั้งสิ้น

นอกจากเขามีทักษะในการดึงตัวตนของคนที่เขาสัมภาษณ์แล้ว ถ่ายทอดเป็นบทสัมภาษณ์ที่คมความคิด เขายังสามารถดึงความเป็นตัวตนของผู้อ่านผ่านทางความเรียงได้อีกเช่นเดียวกัน

ทำให้ผมเข้าใจตัวเองอยู่ข้อหนึ่งว่า แท้จริงแล้วชีวิตเราไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่าความสุขที่แท้จริงจากภายใน

และการจะไปถึงจุดนั้นไม่จำเป็นต้องใช้โทรศัพท์ เครื่องปรับอากาศ ฯลฯ เลย

ปก

ซองจดหมายไม่ใช่ความแปลกใหม่ของการขึ้นเป็นปกหนังสือ แต่สีหวานๆ อาจจะทำให้นักอ่านผู้หญิงหยิบขึ้นมาลองอ่านได้ง่ายขึ้น เพราะมีเรื่องราวอยู่ในปก

แสตมป์รูปนกจากประเทศญี่ปุ่นมีโทนสีเข้ากับสีซองได้อย่างพอดีอาจจะด้วยความบังเอิญหรือตั้งใจ

กระดาษสีครีมอ่อนดูไม่ค่อยมีความหมายเกี่ยวข้องอะไรกับซอง เหมือนการจงใจใส่ไว้เพื่อให้สีสันตัดกันและเพิ่มความเด่นให้ชื่อหนังสือ แนะนำว่าหากเป็น กระดาษเตือนความจำแปะติดไว้พร้อมลายมือที่เขียนชื่อหนังสือจะดูมีเรื่องราวได้สมใจ ตรงนี้ถือว่าขาดเกินอยู่ ปกด้านหลังก็เช่นกัน

และที่อาจจะพลาดอีกจุดหนึ่งก็คือ ซองจดหมายที่ใช้เป็นปกนี้เป็นซองที่ใช้ส่งมาจริงๆ และรายละเอียดของสิ่งที่ส่งมา เขียนด้วยตัวพยัญชนะอังกฤษขนาดใหญ่ไว้ว่า CD ซึ่งดูจะขัดแย้งกับชื่อและแนวคิดของหนังสือเล่มนี้ที่พยายามจะบอกว่าชีวิตที่เรียบง่ายและธรรมดาไม่ต้องปรุงแต่งนั้นเป็นชีวิตที่น่าภิรมย์มากกว่า แต่ก็นั่นละ คงไม่มีใครสังเกตหรอก

ความคิดเห็น

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า
ว่าจะหามาอ่านอยู่พอดี

Populars