Happy Feet (2006)



จะเรียกว่าผมคาดหวังกับ Happy Feet ก็ไม่ถูกนัก เพียงแต่ผมมีภาพความคิดอยู่บ้างว่าหนังจะออกมาในรูปแบบใด

จากตัวอย่างหนังที่พยายามบอกเล่าความสนุกและความประทับใจที่จะได้จาก ความรักที่เหล่าเพนกวินตามหาโดยใช้เพลงในใจเป็นตัวสื่อความรู้สึกระหว่างคู่รักเพนกวิน และด้วยแนวเพลงซึ่งเอาใจวัยรุ่น จึงไม่แปลกที่ผมจะคิดว่าเรื่องนี้อาจเป็นหนังวัยรุ่นตามหารัก เคลือบมาในรูปของแอนิเมชั่นเพนกวินดิ้นได้

'เพนกวินกลมปุ๊กลุกขึ้นมาเต้น' ชื่อเรื่องในภาษาไทยรวมทั้งใบปิดหนังที่บอกถึงความน่ารักน่าชัง ภาพลักษณ์เหล่านี้ตอกย้ำให้ผมแน่ใจยิ่งขึ้น

ไม่ผิดไว้จากที่คาด แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ผมมองคุณค่าของหนังเรื่องนี้ต่ำเกินไป ซึ่งนอกจากสอดแทรกจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแล้วยังมีประเด็นของการต่อสู้ระหว่างคนตัวเล็กกับคนตัวใหญ่

ระหว่างที่เสียงหัวเราะดังขึ้นเป็นห้วงๆ อย่างประปราย ไม่ถึงกับหัวร่องอหาย ผมกลับซาบซึ้งวีรกรรมของ 'มัมเบิล' เพนกวินตัวเอกที่มีความแปลกแยกจากกลุ่ม ด้วยสภาพร่างกายที่โตแบบไม่สมบูรณ์และพฤติกรรมการเต้นแท๊ปซึ่งไม่เป็นไปตามครรลองของเพนกวินในเรื่องจึงทำให้เหล่าเพนกวินปฏิบัติต่อมัมเบิลเหมือนเป็น 'คนอื่น'

จุดประสงค์ที่เราอยู่รวมกันเป็นสังคมก็เพื่อพึ่งพาอาศัยกัน และสิ่งที่ตามมาอย่างขาดไม่ได้เลยก็คือความต้องการการยอมรับของคนในสังคม มัมเบิลเองก็ยังต้องการการยอมรับจากสังคมเพนกวินเช่นกัน แต่เมื่อมัมเบิลตกเป็นจำเลยสังคมว่า เป็นตัวการทำให้ปลาในทะเลที่มีเคยมีกลับร่อยหลอเนื่องจากพฤติกรรมประหลาดๆ นั่น

เขาจึงให้ความสำคัญกับคำถามที่ว่า "ปลาที่เคยมีหายไปไหน?"

เพื่อพิสูจน์ข้อกล่าวหานั้นว่าไม่เป็นจริง หรืออีกนัยหนึ่งเขากำลังพยายามเรียกร้องความยุติธรรมจากสังคมเพนกวินอยู่

ที่มัมเบิลแสดงความกล้าหาญอย่างที่ไม่มีเพนกวินหรือสัตว์ตัวใดในดินแดนน้ำแข็งทำ เป็นมากกว่าแค่การหาคำตอบ เพราะมันยังหมายถึงความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์เพนกวินในอนาคต ซึ่งอาจมองได้สองด้าน

หนึ่งคือมัมเบิลนั้นทำเพื่อความอยู่รอดของ 'ส่วนรวม' หรือจริงๆ แล้วเขาแค่ต้องการเป็นที่ยอมรับในสังคมเพนกวินเท่านั้น

ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลอะไร สิ่งที่มัมเบิลได้ทำลงไปเป็นสิ่งที่เกินความสามารถของเพนกวินตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งอย่างมัมเบิลจะทำได้ มันสะท้อนภาพการต่อสู้ระหว่างฝ่ายผู้มีอำนาจเช่น อำนาจการปกครองอย่างรัฐ อำนาจจากทุนของนายทุน กับฝ่ายผู้ไร้อำนาจ และความอยุติธรรมที่คนตัวเล็กมักจะได้รับจากคนตัวใหญ่อยู่เสมอๆ

ถ้าการต่อสู้เพื่อ 'ความถูกต้อง' ต้องเอาชีวิตทั้งชีวิตเข้าแลกจะมีใครต่อสู้เพื่อมันอีกไหม หากไม่ใช่เพราะสถานการณ์บีบบังคับว่าต้องสู้ เช่นที่มัมเบิลโดนบีบบังคับจากสังคมเพนกวินจึงตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวแบบนั้น

มัมเบิลลืมตาขึ้นมาในตู้กระจก ปากก็เรียกร้องตะโกนถามคำถามที่ติดอยู่ในหัวมาตลอด เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพ้องตนเองเป็นภาษาเพนกวิน เป็นฉากที่อึดอัดและสะเทือนใจที่สุด

มันสะท้อนให้เห็นหนทางการต่อสู้ของผู้ด้อยอำนาจเพื่อถามหาความถูกต้องซึ่งบางครั้งอาจจะหมายถึงความอยู่รอดของตนเองจากผู้มากอำนาจเหล่านั้น แต่กลับไม่มีใครรับฟัง ยิ่งไปกว่านั้นรู้และทราบปัญหาเหล่านั้นเป็นอย่างดีแต่ก็ยังทำต่อไป เพียงเพื่อหวังประโยชน์ที่จะได้แก่กลุ่มผู้มีอำนาจด้วยกันเอง การลุกขึ้นต่อสู้โดยไม่มีผู้สนับสนุนก็ทำให้รู้สึกถึงความโดดเดี่ยว ท้อแท้ ในการต่อสู้เพียงลำพัง

ผมเฝ้าคิดหาคำจำกัดความให้กับความรู้สึกที่เกิดขึ้นหลังจากเห็นบทบาทของมัมเบิลต่อเผ่าพันธุ์เพนกวิน สองวันผ่านไปยังคงครุ่นคิดถึงความรู้สึกนั้นอย่างเอาเป็นตาย ราวกับว่าเพิ่งลุกจากเก้าอี้โรงหนังเมื่อสักสองนาทีที่แล้ว จนได้นิยามนี้มา

'แทงใจดำ'

ความคิดเห็น

Populars