เกรงน้ำใจ

สิ่งที่เรียกว่า 'น้ำใจ' นี้เป็นสิ่งที่ผู้ให้ต้องการส่งถึงผู้รับโดยไม่มีผลประโยชน์ใดๆ เคลือบแฝง ส่งผ่านไปด้วยความจริงใจ เป็นความเอื้อเฟื้อที่มีต่อกัน เผื่อแผ่ไปให้ผู้ที่กำลังต้องการมันจริงๆ ซึ่งผู้ที่รับไปนั้นจะประทับใจจนไม่รู้ลืม

สิ่งที่เรียกว่า 'ความเกรงใจ' นี้ก็เป็นเรื่องของความรู้สึกภายในจิตใจ ที่เกิดขึ้นเนื่องจากความกลัวว่า ตนเองจะไปสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นทั้งทางกายและทางจิตใจ

สองสิ่งนี้จำเ็ป็นต้องตั้งอยู่บนความพอเหมาะพอดีจึงจะบรรลุถึง

หากน้อยไปก็จะเป็นคนแล้งน้ำใจ ไม่มีความเกรงอกเกรงใจมากเข้าๆ ก็จะกลายเป็นพวกเอาเปรียบคนอื่น แต่ถ้ามากไปอาจจะทำให้ตัวเองตกระกำลำบาก คือช่วยคนอื่นจนเอาตัวไม่รอด เกรงใจมากเกินไปคนอื่นๆ รอบข้างอาจจะเห็นเป็นคนหยิ่งยโสจนเข้าถึงได้ยาก

จะมีปัญหาอีกกรณีหนึ่ง เมื่อมีผู้แสดงน้ำใจแต่ผู้รับนั้นเกิดเป็นคนที่ช่างเกรงใจ ยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เกือบเป็นปัญหาใ้ห้ลองได้พิจารณากัน

นี้เป็นวันที่นัดสังสรรค์ระหว่างเพื่อนฝูงซึ่งไม่เจอะเจอกันนาน อันที่จริงแล้วก็เป็นพี่ๆ น้องๆ กันเสียมากกว่า ด้วยว่าวัยวุฒินั้นต่างกันอยู่เป็นรอบๆ เห็นจะได้ แต่อายุงานที่บริษัทแห่งนั้นคงไม่เหลื่อมล้ำกันมากเป็นปีครึ่งปี เป็นเดือนเห็นจะได้ คราวนี้ก็นัดกันบนโต๊ะอาหาร เมื่ออิ่มหนำกันถ้วนหน้าแล้ว พี่คนโตสุดออกปากจะชำระค่าอาหารแต่เพียงผู้เดียว แต่พี่คนรองไม่ยอมท่าเดียว อาจเพราะู้รู้สึกว่าตนเป็นผู้นัดแนะพี่คนนี้มาและจะเข้าใจกันไปว่านัดมาให้เลี้ยงอาหาร แต่โดยนิสัยของแกก็มีความขี้เกรงใจเป็นทุนเดิมสูงอยู่แล้ว ก็ยิ่งไปกันใหญ่ พี่คนโตว่าถ้าไม่ให้เลี้ยงอาหารมื้อสักครู่นี้จะโกรธและไม่มาให้เจอหน้ากันอีกเลย ว่าแล้วพี่คนรองก็ยังยืนยันที่จะไม่ให้จ่ายค่าอาหารเลี้ยงน้องอยู่ดียืนยันจะออกด้วยกันถ้วนหน้าเหมือนที่ได้กิน จากหน้าตาของพี่คนโตตอนนี้ไม่น่าจะแค่พูดกันเล่นๆ ที่ว่าจะไม่มาให้เห็นหน้าอีก ท้ายสุดแล้วก็ยินยอมแต่โดยดีให้พี่คนโตเลี้ยงอาหารมื้อนั้นกัน

อันที่จริงพี่คนโตคงไม่คิดจะโกรธน้องๆ อย่างจริงจังแต่หากว่าไม่ยอมรับน้ำใจนั้น เพียงแต่พี่คนโตคงรู้สึกขุ่นเคืองอยู่บ้างข้างใน นานๆ เข้าพาลจะลบความตั้งใจดีๆ ที่กลั่นออกมาเป็นน้ำใจทำให้เหือดหายแห้งแล้งไปได้เหมือนกัน

คงเห็นว่า น้ำใจ และ ความเกรงใจ นั้นเมื่อได้มาปะทะกันเมื่อใดแล้วอาจทำให้เกิดเป็นข้อวิวาทะกันได้ อาจไม่ถึงกับวิวาทเพราะทั้งสองฝ่ายที่ปล่อยความตั้งใจที่ดีทั้งสองประการนั้นเป็นผู้มีความดีอยู่ภายในระดับหนึ่ง

สถานะที่ดีระหว่างคนในสังคมหรือแม้แต่กลุ่มเพื่อนด้วยกันนั้นควรมีการให้และรับ เอื้อเฟื้อแก่กันไม่ใช่รับแต่ฝ่ายเดียว หรือให้อยู่ร่ำไปแต่ไม่้้รับของๆ ใคร

แต่ก่อนผมคิดว่าคนควรรู้จักเป็นผู้ให้ เพื่อรู้จักที่จะให้อย่างจริงใจนั้นเป็นสิ่งที่ยาก แม้ภาพนอกจะเห็นว่าเราเป็นผู้ให้ แต่ภายนั้นเรารู้ว่าเราจริงใจกับการให้ครั้งนั้นหรือไม่

จากเหตุการณ์นี้ทำให้เห็นว่าการเป็นผู้รับนั้นก็เป็นเรื่องยากเย็นอยู่เหมือนกัน

บางทีการเป็น 'ผู้ให้' ก่อน น่าจะเป็นการเริ่มต้นที่ดี

ความคิดเห็น

Populars