เข้าวงการ

คนประเภทหนึ่งอ่านสตาร์ซ๊อคเกอร์ทุกวี่วัน เปิดเว็บไซด์สยามสปอร์ตดอทคอมทุกครั้งที่ออนไลน์ติดต่อกับโลกแห่งข้อมูลได้ คือวันเสาร์จะต้องอยู่หน้าโทรทัศน์เพื่อนั่งลุ้นดาร์บี้แมทช์ของฟุตบอลพรีเมียร์ลีคของอังกฤษ ยังไม่นับลีคของสเปน อิตาลี ฯลฯ ความเคลื่อนไหวของวงการฟุตบอลอยู่ในสายตาคนประเภทนี้ทั้งสิ้น

คนจำนวนนี้มีอยู่มากส่วนใหญ่เป็นผู้ชายแต่จำนวนของผู้หญิงนั้นก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน ในสายตาของคนทั่วไปแล้วผู้ชาย 80 - 90 % นั้นน่าจะเป็นคนประเภทที่ว่านี้ แต่สำหรับผมนั้นไม่ได้เป็นผู้ชายแบบนั้น ผมอยู่ในผู้ชาย 10 - 20 % นั้น

ผมไม่ได้เป็นเด็กหงส์ หรือ เด็กผี หรือว่าเด็กอะไรทั้งนั้น แต่ก็ใช่ว่าผมจะไม่ดูฟุตบอลเอาเสียเลย ดูได้ ดูเป็น แต่ไม่ถึงกับอดตาหลับขับตานอนเพื่อลุ้นว่าคืนนี้ใครจะเก็บ 3 แต้ม นอกจากว่าเป็นการแข่งขันระดับโลกอย่างฟุตบอลโลกหรือโอลิมปิก หรือถ้าผมเป็นเด็กโต๊ะพนันผมก็อาจจะมีแรงจูงใจให้สนใจดูกีฬามากกว่านี้ ไม่เฉพาะฟุตบอลแต่หมายถึงกีฬาประเภทอื่นๆ ด้วย เพราะการพนันมันมักจะแทรกเข้าไปกับกีฬาได้ทุกประเภทอย่างแยกกันไม่ออก

ถ้ายิ่งเป็นกีฬาประเภทอื่นๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ผมไม่สนใจใคร่ติดตามว่าใครจะขึ้นมาเป็มมือหนึ่งของโลก ใครจะตกอันดับโลก รายการแข่งขันนี้ใครจะได้แชมป์ เงินรางวัลเท่าไหร่ ฯลฯ ไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้ หนังสือพิมพ์หน้ากีฬาก็ไม่เคยหยุดอ่านเปิดผ่านอย่างเดียว ถ้าเปิดโทรทัศน์เจอข่าวกีฬาผมจะเปลี่ยนช่องทันที จะเป็นความบันเทิงสำหรับผมมากกว่าถ้าเปลี่ยนช่องไปเจอโฆษณา ซึ่งทำให้ผมทึ่งกับความคิดของคนริเริ่มสร้างสรรค์งานนั้นๆ มากกว่า นักกีฬาที่ทำลายสถิติเสียอีก

แต่แล้วจุดเปลี่ยนมันก็มาถึง เมื่อผมอยู่ในบทบาท 'คนทำหนังสือ' และว่างงานอยู่ประมาณ 2 เดือนแล้ว ยังหางานไม่ได้สักที ช่วงแรกกลับบ้านเกิดไปพักสมองและพักใจสักระยะ ช่วงเวลานั้นมีความคิดว่าจะบวชเรียนเสียก่อนที่จะได้งานก็ดีอยู่เหมือนกัน เพราะรู้สึกว่าสภาพจิตใจพร้อมพรั่งทุกอย่างแล้ว แต่แล้วด้วยความที่รู้จักกับพี่ๆ ในวงการหนังสืออยู่บ้าง ก็มีนิตยสารเกี่ยวกับกอล์ฟเล่มหนึ่งซึ่งต้องการคนทำงานด่วน คุณสมบัติไม่จำเป็นต้องเล่นกอล์ฟเป็นก็ได้ ขอให้ออกไปทำข่าวได้ แปลได้ เขียนได้ ส่วนเรื่องกอล์ฟนั้นค่อยมาเรียนรู้กันอีกที

ผมตกลงโดยไม่ลังเลที่จะไปสัมภาษณ์งาน และผมก็ผ่านการสัมภาษณ์ไปอย่างงงๆ เหมือนกัน เพราะถึงคุณสมบัติจะระบุไว้ว่าไม่ต้องเล่นกอล์ฟเป็นก็ได้แต่ผมว่าคนที่จะเข้ามาทำงานตรงนี้น่าจะต้องติดตามข่าวคราวและสนใจความเป็นไปของกีฬาอยู่บ้าง เรียกว่าถ้าไม่ได้เป็นผู้เล่นก็ควรเป็นผู้ชมอยู่บ้างซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ผมไม่มีเอาเสียเลย

ซึ่งผมได้มารู้ในภายหลังว่า เหตุผลที่รับผมเข้าทำงานนั้นจริงๆ แล้วเขาต้องการสร้างคนทำหนังสือเพื่อให้สามารถเขียนเรื่องกอล์ฟได้ มิใช่ให้นักกอล์ฟหรือผู้รู้ด้านกอล์ฟมาเขียนหนังสือเพราะใช่ว่าคนที่รู้และเข้าใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นอย่างดีจะสามารถถ่ายทอดออกมาทางตัวอักษรได้ ซึ่งนั่นดูจะเป็นการงบเข็มในมหาสมุทรเสียมากกว่าที่จะหานักกอล์ฟมาเป็นคนทำหนังสือ

อีกประการหนึ่งที่ผมได้เข้าทำงานนี้ อาจเป็นเพราะว่าผมเป็นคนประเภทเสพติดความบันเทิงทั้งหนัง ตนตรี หนังสือ เหล่านั้นอยู่ในความสนใจของผมอย่างลึกซึ้ง ซึ่งแน่นอนผมเป็นผู้รับผิดชอบคอลัมน์บันเทิงเหล่านี้แต่เพียงผู้เดียว ในนิตยสารเล่มนี้

ส่วนเพื่อนร่วมงานในตำแหน่งเดียวกับผมอีกสองคนนั้นก็รับผิดชอบคอลัมน์ที่เกี่ยวกับกอล์ฟในเชิงลึกไป ซึ่งมันก็เป็นไปตามที่ผมคาดเอาไว้ว่า เพื่อนร่วมงานทั้งสองนั้นเป็นผู้ชายในจำนวน 80 - 90 % ที่ว่านั่น ซึ่งผมเป็นผู้ชายคนละประเภท

แต่ในเมื่อผมต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับวงการกีฬาโดยเฉพาะวงการกอล์ฟ และต้องเรียนรู้แง่มุมต่างๆ ในวงการนี้ให้มากยิ่งขึ้นเพื่อใช้ในการเขียนบทความดีๆ ในนิตยสารกอล์ฟ ผมก็ต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากพวกเขาให้มากเท่าที่จะมากได้

นี่คงเป็นการเริ่มต้นที่ดี

ความคิดเห็น

Populars