นักเขียนสายกอล์ฟ

นักเขียนที่ดีจะต้องรู้และเข้าใจในสิ่งที่ตนเองเขียนอย่างดีที่สุดก่อน ซึ่งจะถ่ายทอดสารเหล่านั้นให้กับผู้อ่านได้อย่างดี เป็นคำพูดที่นักเขียนหรือนักอยากเขียนทุกคนจำใส่ใจไว้เสมอ แต่ถ้าสถานการณ์บังคับให้ต้องเขียนในสิ่งที่ไม่รู้และไม่เคยสนใจเอาเสียเลย นักเขียนมีหน้าที่หาข้อมูลอย่างหนักหน่วง เพื่อให้ได้มาซึ่งความคิดรวบยอดและถ่ายทอดสู่ผู้อ่านอีกทอดหนึ่ง

แล้วสถานการณ์บีบบังคับเช่นนั้นก็ตกมาสู่ผม เมื่อผมที่ไม่รู้และไม่สนใจเรื่องกอล์ฟมาก่อน เรียกว่าผมไม่แยแสเรื่องกอล์ฟแม้แต่น้อย ต้องมาเขียนคอลัมน์เกี่ยวกับกอล์ฟ ผมเริ่มเห็นอุปสรรคอันใหญ่วางขวางอยู่บนทางที่ผมจะเดินไปข้างหน้าเสียแล้ว

แต่เมื่อได้ฟังแนวคิดของคอลัมน์เป็นเพียงแค่การแนะนำรายการแข่งขันที่จะจัดแข่งในแต่ละเดือน พอลงมือเขียนจริงๆ กลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะลำพังเพียงแค่วันแข่งขัน ชื่อรายการที่แข่งขัน เงินรางวัล แชมป์เก่า สนามที่จัดแข่ง ไม่เพียงพอต่อข้อมูลที่จะเขียน จะต้องให้เหตุผลด้วยว่ารายการนี้น่าสนใจอย่างไร หรือว่าใครจะล้างตากับใคร ใครมีสถิติดีเลวอย่างไร และใครจะขึ้นอันดับมือวาง หรือ ตกอันดับไป ฯลฯ ซึ่งชื่อนักกอล์ฟที่อยู่ในสารบบของผมมีแต่ ไทเกอร์ วู้ดส์ เท่านั้นทำให้งานที่ดูเหมือนจะง่ายดายนั้นกลับตาลปัตรเป็นตรงกันข้ามเลยทีเดียว

เช่นกันกับอีกคอลัมน์ที่ผมต้องรับผิดชอบคือคอลัมน์แนะนำสนามและสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง หรือในละแวกสนามไปพร้อมกัน ดูคล้ายว่าจะเป็นเหมือนคอลัมน์แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวแต่มันก็มีอะไรมากกว่าที่ผมคิดไว้อยู่ดี

การที่จะแนะนำสนามได้นั้นอย่างน้อยควรจะเป็นคนที่เล่นกอล์ฟเป็น เมื่อขับรถดูเลย์เอาท์ของสนามแล้วจะสัมผัสถึงความยากง่ายของสนามได้ ที่มากกว่านั้นคือจะต้องเคยออกรอบที่สนามแห่งนี้แล้วจึงถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือว่าหลุมไหนยากง่ายอย่างไร อุปสรรคที่ซ่อนอยู่ในสนามนั้นคืออะไร อย่างนี้จึงจะแนะนำสนามนั้นๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

วิธีแก้ปัญหาของผมคือสอบถามกับคนที่เคยออกรอบที่สนานนั้น เช่น สตาร์ทเตอร์(starter คือผู้ดูแลจัดเวลาการออกรอบของนักกอล์ฟในแต่ละสนามนั้นๆ) ซึ่งผมคิดว่าจะต้องเคยออกรอบในสนามที่ตัวเองดูแลอย่างแน่นอน ซึ่งก็ทำให้ผมได้ข้อมูลมากพอที่จะเขียนแนะนำสนามได้บ้าง

แต่ผมก็รู้สึกสนุกกับการทำคอลัมน์นี้ เหตุผลหนึ่งเพราะผมได้ออกจากโต๊ะทำงานไปนั่งรถของสนามเพื่อขับพาช่างภาพหามุมสวยๆ ของสนามถ่ายภาพ อย่างการถ่ายภาพสนามกอล์ฟซึ่งแตกต่างจากการถ่ายภาพทัศนียภาพ คือจะต้องเน้นให้เห็นแฟร์เวย์ (fairway คือ บริเวณที่หญ้าได้รับการตัดแด่ง จะเป็นเส้นทางที่เหมาะสมซึ่งวางตัวอยู่ระหว่างทีออฟ(tee off คือจุดตั้งลูกเพื่อตีครั้งแรกของหลุมนั้นๆ) และ กรีน (green คือบริเวณที่ใกล้หลุม หญ้าจะใด้รับการตัดแต่งให้สั้นเป็นพิเศษ) ) หรือกรีนอย่างชัดเจน บ่อยครั้งผมก็เก็บภาพทัศนียภาพสวยๆ จากสนามลงในกล้องของผม ส่วนใหญ่จะเป็นภาพฟ้าสีส้มที่ดวงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า ภาพต้นไม้ใหญ่ ภาพดอกไม้หลากสีสัน ฯลฯ

ผมคิดว่าคุณสมบัติของคนทำหนังสือหรือคนเขียนหนังสือที่ยอดเยี่ยมนั้นควรเขียนออกมาได้ทุกเรื่องราว นั่นหมายความจะต้องมีความสามารถในการเรียนรู้ และรู้ให้กว้างที่สุด และหากจำเป็นต้องลงลึกในรายละเอียดก็ต้องทำให้ได้ ผมคิดว่าส่วนใหญ่ที่พูดว่า ทำไม่ได้ ไม่รู้เรื่องนั้น มาจากความไม่สนใจที่จะเรียนรู้เสียมากกว่า เพราะอาจมองว่ายากเกินตัว ไม่ได้เรียนมา หรือว่าไม่มีความสนใจเอาเสียเลย จนต้องมีสถานการณ์บังคับก่อนจึงจะทำได้ หรือมีสิ่งล่อใจอย่างอื่นที่ดึงดูดเอาไว้ให้สามารถทำได้ต่อไป

เหมือนอย่างที่ผมกำลังโดนบีบบังคับให้เขียนอยู่ แต่ก็ไม่ได้ฝืนกับความรู้สึกของผมแต่อย่างใด เพราะถ้าฝืนผมคงจะออกไปตั้งแต่เดือนแรกที่เข้าทำงานแล้ว ผมมีความอยากลองในสิ่งที่ผมไม่เคยมากก่อน อยากรู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน แล้วอีกอย่างตอนที่ผมสัมภาษณ์งานก่อนที่จะเข้ามาทำนิตยสารกอล์ฟนี้ ก็รู้อยู่แล้วว่าจะต้องลงไปคลุกกับกอล์ฟอย่างเต็มที่ จะต้องดีกอล์ฟให้เป็นและในอนาคตจำเป็นต้องออกรอบให้ได้

แต่ตอนนี้แม้แต่การจับไม้ผมก็ยังทำไม่เป็น

ความคิดเห็น

Populars