ลงสนามข่าว

ไม่บ่อยครั้งที่ไทยจะได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาในระดับโลก แต่ถือว่าบ่อยครั้งที่ไทยเราได้เป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬากอล์ฟระดับโลกอย่างรายการ 'จอห์นนี่ วอล์คเกอร์ คลาสสิก' (Johnnie Walker Classic) นี้ ซึ่งจัดมา15 ครั้งแล้ว ไทยเคยเป็นเจ้าภาพมาแล้วทั้งสิ้น 6 ครั้ง โดยนับรวมการแข่งขัน จอห์นนี่ วอล์คเกอร์ คลาสสิก ครั้งที่ 16 นี้เอาไว้ด้วย ซึ่งจัดขึ้นที่สนาม บลูแคนยอน คันทรี่ คลับ จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 1-4 มีนาคม 2550

ถือเป็นครั้งแรกที่ผมได้เดินทางไปเยือนจังหวัดภูเก็ตเป็นครั้งแรก รวมทั้งได้ลงสนามข่าวเป็นครั้งแรกด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นี่เป็นการแข่งขันกอล์ฟระดับโลกเลยทีเดียว

ในฐานะผู้สื่อข่าวสายกีฬากอล์ฟ ผมควรมีความรู้เรื่องกEกติกาการแข่งขันกอล์ฟบ้าง หรืออย่างน้อยระบบการนับคะแนนแบบต่างๆ แต่ผมไม่มีซึ่งก็ทำให้ผมคิดหนักใจอยู่ในที และน่าจะหาใครที่รู้เรื่องและสามารถอธิบายให้ผมฟังได้บ้าง

โดยปกติผมเป็นคนขรึม นอกจากจะอยู่กับเพื่อนฝูงหรือคนที่เคยเจอหน้ากันก็จะพยายามสรรหาเรื่องมาคุยไม่ให้ต่างฝ่ายเกิดอาการเก้อเขินกัน แต่ในการเดินทางครั้งนี้ผมไปโดยลำพัง จึงต้องเก็บอาการขรึมนั้นไว้ในกระเป๋าและห้ามหยิบออกมาเด็ดขาด แต่ลึกๆแล้วผมก็คิดว่าบางทีผมอาจจะได้เจอคนรู้จัก หรือ อย่างน้อยก็คนที่คุ้นหน้าบ้าง เพราะคนในแวดวงสื่อสารมวลชนต่างก็ใช้ชีวิตวนเวียนอยู่ไม่ไกลกันเลย เมื่อไปทำงานเจอหน้ากันตามแหล่งข่าว บ่อยๆเข้าก็เริ่มคุ้นหน้า จนได้พูดคุยกันก็จะรู้จักเริ่มคุยกันอย่างสนิทสนมขึ้น ยิ่งเป็นนักข่าวสายเดียวกัน ก็จะยิ่งรู้จักกันรวดเร็วขึ้นเนื่องจากงานเป็นสถานการณ์ที่บังคับให้ต้องมาเจอกัน และรู้จักกันจนได้แม้ไม่ตั้งใจ

ถึงแม้ว่าความสัมพันธ์จะเป็นอย่างที่ผมว่า และถึงแม้ว่าผมจะมาจากคนทำหนังสือเช่นกัน แต่ผมไม่ได้อยู่ในสายกีฬามาก่อน คงจะมีโอกาสน้อยมากที่จะเจอคนรู้จัก แต่ในใจก็หวังลึกๆว่าจะได้เจอคนคุ้นหน้าจากครั้งที่ผมไปดูการแข่งขัน 'โรยัล โทฟี' บ้าง แต่สุดท้ายก็ไม่มีเลยสักคน ผมจึงต้องพยายามแนะนำตัวเองกับผู้สื่อข่าวท่านอื่นๆ ซึ่งกำลังคุยกันเหมือนว่าอยู่ในงานรวมรุ่นซึ่งผมอยู่คนละรุ่นกับพวกเขา

ข้างๆผมมีพี่คนหนึ่งแบกเลนส์ตัวใหญ่ขนาดพอๆกับหัวของพี่ที่กำลังประคองมันอยู่ และกระเป๋าเป้อยู่ด้านหลังซึ่งคงเป็นอะไรอื่นไปไม่ได้นอกจากกล้อง จึงมั่นใจได้ว่าไม่ใช่เป็นผู้โดยสารทั่วๆไปแน่นอนและน่าจะเป็นผู้สื่อข่าวและช่างภาพของสำนักไหนสักสำนัก

แกชื่อพี่ 'ปุ้ม' เป็นช่างภาพ ฝ่ายอาชญากรรมของหนังสือพิมพ์ 'คม ชัด ลึก' ในเครือเนชั่น ยังไม่ทันที่แกจะพูดจบผมก็เกิดความสงสัยในทันทีว่า 'แล้วมาได้อย่างไร?' หรือคิดว่าจะเกิดเหตุด่วนเหตุร้ายขึ้น ประเภทลูกกอล์ฟลอยตกใส่หัวผู้เล่นจนทำให้พ่ายแพ้ไป มันก็คงเป็นไปไม่ได้และไม่น่าจะคาดการณ์ได้ขนาดที่ว่าต้องส่งช่างภาพฝ่ายอาชญากรรมมา แล้วแกก็เฉลยเหตุผลที่แท้จริงว่า "หัวหน้ามอบหมายงานให้มาถ่ายการแข่งขันนี่แหละ" เป็นอันว่าไม่ได้มาถ่ายภาพสยองแต่ประการใด

จากนั้นผมจึงตามติดพี่ปุ้มไปตลอดจนถึงเวลาขึ้นเครื่อง ด้วยแกเป็นคนคุยง่ายๆ คุยสนุก ท่าทางเป็นมิตร ไม่วางท่า ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผมได้รู้จักผู้สื่อข่าวในการเดินทางครั้งนี้แล้วอย่างน้อยก็หนึ่งคน แม้จะไม่ใช่สายกีฬาก็ยังดีกว่าตัวคนเดียวแน่นอน

อีกประมาณไม่ถึง 2 ชั่วโมง พวกเรา-ผู้สื่อข่าวก็ถึงสนามบินภูเก็ตเป็นที่เรียบร้อย ก็นั่งรถตู้ต่อไปยังสนามบลูแคนยอนในทันทีซึ่งขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ 10 โมงเห็นจะได้ ผมนึกในใจ มันเป็นช่วงเวลาที่ผมมักจะมาถึงที่ทำงานตามวันปกติไม่ต่างกันเลย

ในห้องศูนย์ข่าว (Press Center) มีนักข่าวทั้งไทยและต่างชาตินั่งกันอยู่เกือบเต็มที่นั่งที่ทางผู้จัดงานเตรียมไว้ จากการประเมินด้วยสายแล้วไม่น่าจะต่ำกว่า 80 ที่นั่ง เบื้องหน้าเป็นตารางคะแนนขนาดใหญ่ที่แสดงผลคะแนนอย่างเป็นทางการซึ่งมีเจ้าหน้าที่ประมาณ 5 คนเดินไปมาเพื่อกรอกคะแนนลงในตารางตลอดเวลาการแข่งขัน

สำหรับระบกการสื่อสารที่อำนวยความสะดวกให้ผู้สื่อข่าวที่จำเป็นต้องติดต่อกับสำนักข่าว หรือ หาข้อมูลต่างๆเพิ่มเติมนั้น มีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงที่เชื่อมต่อแบบใช้สายและไร้สาย จำนวน 3 เซิฟเวอร์ด้วยกันเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาผู้ใช้หนาแน่นเกินไป เพราะส่วนใหญ่ผู้สื่อข่าวจะนำคอมพิวเตอร์ของตัวเองมาใช้งาน

อีกฟากหนึ่งของห้องศูนย์ข่าวเป็นห้องสำหรับสัมภาษณ์และถ้าเดินต่อไปตามทางเดินจะเป็นห้องอาหารซึ่งจะมีเครื่องดื่มประเภทน้ำเปล่า ชาร้อน-เย็น กาแฟร้อน-เย็น ไว้บริการตลอด และมีอาหารว่างระหว่างมื้ออาหารหลักไว้บริการด้วย

ระหว่างการแข่งขันงานหนักจะตกไปอยู่ที่ช่างภาพ โดยเฉพาะช่างภาพของสื่อรายวันจำพวกหนังสือพิมพ์ หรือเว็บไซต์ ที่จะต้องเก็บภาพสวยๆ ของผู้นำของวันนั้นๆ ปัญหาก็คือไม่มีใครรู้ว่าใครจะเป็นผู้นำของวัน และผู้ที่ออกตัวนำไปก่อนก็ใช่ว่าจะจบลงด้วยตำแหน่งผู้นำของวันนั้น แต่ช่างภาพเหล่านี้จำเป็นต้องมีภาพของนักกอล์ฟเหล่านั้น จึงทำให้ต้องติดตามผลคะแนนของนักกอล์ฟแต่ละคนไปด้วยความตื่นเต้น หากมีม้านอกสายตาจะต้องรีบตามไปที่สนามเพื่อเก็บภาพไว้ จะให้ได้ใช้เป็นภาพเด่นสำหรับลงหน้าหนึ่งของหน้ากีฬา เพราะการที่จะแบกเลนส์ตัวเท่าหัววิ่งตามถ่ายนักกอล์ฟทุกคนที่น่าจะเป็นผู้นำในพื้นที่ 18 หลุมของสนามกอล์ฟคงไม่สนุก และเป็นการเสียแรงไปเปล่าๆ

ในระหว่างที่ผมนั่งอยู่ที่ห้องศูนย์ข่าวนั้นพี่ปุ้มก็โทรศัพท์เข้ามาถามแนวโน้มผู้นำอยู่เนืองๆ เนื่องจากในสนามนั้นจะไม่รู้ว่าใครเป็นผู้นำหรือผู้ตามเลย

ผู้สื่อข่าวที่เป็นผู้รายงานข่าวหรือผู้เขียนข่าวก็ต้องติดตามการแข่งขันอย่างใกล้ชิดเช่นกัน เพื่อที่จะเขียนข่าวได้อย่างถูกต้อง ถึงแม้ว่าทางเจ้าหน้าที่ของศูนย์ข่าวประจำการแข่งขันจะคอยทำเอกสารสรุปคะแนน หรือแม้แต่มีนักกอล์ฟคนใดถอนตัวก็จะพิมพ์ใส่กระดาษแจกจ่ายแก่ผู้สื่อข่าวทุกคนแล้วก็ตาม แต่ส่วนสำคัญคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันซึ่งจะต้องเป็นหน้าที่ของผู้สื่อข่าว

ส่วนผม-ในฐานะผู้สื่อข่าวสื่อรายเดือน ก็แค่รอดูผลการแข่งขันวันสุดท้ายว่าใครจะเป็นผู้ชนะ ชนะด้วยผลคะแนนเท่าไหร่ ภาพถ่ายบรรยากาศการแข่งขัน หรืออาจจะติดตามผู้เล่นที่เด่นๆอย่าง อดัมส์ สก็อตต์, รีทรีฟ กูเซ็น, พอล เคซี่ ฯลฯ เท่านั้นก็ถือว่าครบถ้วนตามหน้าที่แล้ว

เป็นความโชคดีบวกด้วยความตั้งใจตั้งแต่แรกที่ได้ทำความรู้จักช่างภาพขาลุยอย่างพี่ปุ้ม กรุณาอนุญาตให้เอาภาพถ่ายของแกไปใช้ได้ ซึ่งทำให้ผมไม่ต้องออกไปถ่ายภาพในสนามด้วยตัวเอง เท่ากับว่าการแข่งขันรายการนี้ผมมาในฐานะผู้สังเกตการณ์โดยแท้

นานๆครั้งห้องสัมภาษณ์จะถูกใช้สักครั้งหนึ่ง เพื่อให้ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับนักกอล์ฟที่เสร็จจากการแข่งขัน เพราะไม่ใช่นักกอล์ฟทุกคนจะได้รับความสนใจจากผู้สื่อข่าว นอกเสียจากว่านักกอล์ฟผู้นั้นทำผลงานได้โดดเด่นเตะตาจริงๆ เพราะมิฉะนั้นก็จะไม่มีประเด็นที่จะซักถาม

ผมใช้เวลาอยู่ในห้องศูนย์ข่าวนี้ตลอดการแข่งขันเป็นเวลา 4 วัน จึงทำให้รู้จักกับผู้สื่อข่าวสายกีฬามากขึ้น ซึ่งไม่ใช่แค่นักข่าวสายกีฬากอล์ฟเท่านั้น และมีความรู้สึกอิจฉาขึ้นมาเล็กๆ เนื่องจากผู้สื่อข่าวสายกีฬานั้นมันจะได้เดินทางไปต่างประเทศตามแต่ที่รายการแข่งขันจะมีขึ้นอย่างเช่น กีฬาซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ โอลิมปิคเกมส์ ฯลฯ

ในการแข่งขันวันสุดท้าย ที่หลุมสุดท้ายของการแข่งขัน ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อ โอลิเวอร์ วิลสัน, ริชชาร์ด สเติร์น และ แอนดัน เฮก ทำคะแนนรวมทั้งการแข่งขันเท่ากันคือ 275 จึงต้องดวลเพลย์ออฟกันที่หลุม 18 และม้ามืดอย่าง แอนตัน เฮก ที่มีคะแนนตามทั้งสองมาตลอดจนเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมพาตัวเองขึ้นมาดวลเพลย์ออฟได้และสามารถพัตต์เบอร์ดี้เอาชนะได้อย่างเหลือเชื่อและเป็นการแข่งขันที่ทำให้คนไม่เคยดูกอล์ฟอย่างผมลุ้นไปกับผลการแข่งขันได้

ซึ่งบรรดาผู้สื่อข่าวในห้องศูนย์ข่าวนั้นก็ลุ้นตัวโก่งไม่แพ้กัน เพราะทางผู้จัดงานได้ให้ผู้สื่อข่าวทายผลการแข่งขันว่าใครจะเป็นผู้ชนะ ด้วยผลคะแนนเท่าไหร่ โดยมีของรางวัลเป็นเหล้าบลูเลเบิลที่ทั้งแพงและไม่ได้หาซื้อกันง่ายๆ เพราะมีจำนวนจำกัด เหล้าทุกขวดต้องมีใบรับรองว่าเป็นของแท้จากผู้บ่มเหล้า (Blender) แต่แล้วก็มีผู้โชคดีได้รับรางวัลไป แอบเสียใจอยู่เล็กน้อยเพราะผมทายชื่อของนักกอล์ฟที่เป็นผู้ชนะถูกแต่ผลคะแนนห่างไกลจาก 275 ไปเยอะเชียว

การลงสนามข่าวครั้งนี้ทำให้รู้จักกับเพื่อร่วมอาชีพอีกหลายต่อหลายคน เป็นประสบการณ์ที่ดีแบบครั้งหนึ่งในชีวิต ทำให้ผมได้ค้นพบความสนุกของการดูการแข่งขันกอล์ฟจากเดิมที่ 'คิดเอาเอง' ว่ามันเป็นกีฬาที่น่าเบื่อ ซึ่งทำให้ผมกลับมาคิดกับตัวเองว่า อะไรก็ตามที่เราคิดว่าน่าเบื่อ แล้วยังไม่ได้ลองทำหรือไม่ได้ให้ความสนใจกับมันมากพอ มันจะต้องมีบางสิ่งที่เป็นเสน่ห์ซ่อนอยู่อย่างแน่นอน เหมือนอย่างที่ผมได้เจอจากกอล์ฟ

แต่เรื่องที่จะ 'ชอบ' หรือ 'ไม่ชอบ' นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ความคิดเห็น

Populars