โสดเสน่ห์
เฮ้ย! ชีวิตโสดก็ดีเหมือนกันนะ
คนโสดหลายคนไม่คิดแบบนี้หรอก ส่วนใหญ่จะบ่นกันว่าอยากมีแฟน เมื่อไหร่จะหาใครสักคนอยู่ข้างๆ กายเหมือนคนอื่นเขาบ้าง ผมยอมรับว่าผมก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกัน เพราะตอนที่อยู่ในชีวิตหนุ่มโสด เที่ยวเล่นกับเพื่อนซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ชาย เห็นใครเดินจูงมือกันไปมันต้องได้อิจฉาตาร้อนทุกคราไป ได้แต่ปลอบใจกันไปกันมา พอจะทำให้ลืมความเหงาได้บ้าง
พฤติกรรมของคนโสดมักจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่และเป็นเพศเดียวกัน ลองนึกภาพหนุ่มโสดรวมกันเมื่อไร จะกลายร่างเป็นมนุษย์หมาที่ปากทุกตัว กรณีนี้ผู้หญิงก็ไม่เว้นครับ กลายร่างได้เหมือนกัน แต่อาจจะแค่ซุบซิบกันอยู่ในกลุ่ม
มันก็สนุกดีนะครับ อันนี้พูดตามตรงเลย จะเป็นด้วยความคึกคะนอง หรือ ความสะใจส่วนตัวก็แล้วแต่ เรื่องชาวบ้าน แฟนชาวบ้านมันมีเรื่องให้แซวให้เมาท์ได้ตลอด แต่พอเดินคนเดียวหรือนั่งคนเดียวก็กลายเป็นมนุษย์ขี้เหงา สายตาเหม่อมองฟ้า ยิ่งเป็นฟ้ายามเย็นความเหงามันยิ่งรุมเร้าจับใจเลย
แต่ใช่ว่าคนโสดจะมีแต่ความทุกข์ เพราะผมก็เคยเห็นคนที่มีความสุขกับชีวิตโสดด้วยเหมือนกัน ส่วนใหญ่เป็นคนที่มีอายุพ้นวัยหาคู่ครองไปแล้ว ถ้าเป็นหญิงก็มีอายุประมาณเริ่มเลขสามนำหน้า ไม่ได้หมายความว่าจะหาไม่ได้แล้วนะครับ อาจจะเป็นเพราะชีวิตรักที่ผ่านๆมาบอกสอนให้รู้ว่ายังมีอะไรที่มากกว่าความรักหากคนสองคนจะอยู่เป็นคู่ชีวิตกัน เริ่มจะพูดกับตัวเองว่าเป็นโสดดีกว่า และปลงแล้วอะไรทำนองนั้นน่ะครับ ก็มีความสุขไปอีกแบบนะ กรณีผู้ชายก็มีครับ แต่อาจจะเป็นกรณีซ่อนเร้นอะไรบางอย่างไว้ได้เหมือนกันอันนี้ต้องดูดีๆ
ถึงยังไงผมก็ยังส่งเสริมให้คนโสดมีความสุขกับชีวิตโสดอยู่ดีครับ ไม่ว่าจะปลงแล้วหรือยังไม่ปลง บางคนอาจแย้งผมในใจว่า คนไม่เคยมีแฟนต่อให้ชีวิตโสดมีความสุขแค่ไหน มันก็ยังโหยหาชีวิตที่มีใครสักคนคอยอยู่ใกล้ๆ ดูบ้าง อยากไม่โสดบ้าง อยากเป็นคนมีเจ้าของบ้าง คนที่เคยมีความรักถึงแม้เจ็บปวดก็ยังดีกว่าคนที่ไม่เคยมีรัก อกหักดีกว่ารักไม่เป็นว่าอย่างนั้นเถอะ
ใช่ครับ คนโสดทุกคนเป็นแบบนั้นจริงๆ แต่ว่าบางคนโหยหาเกินไปกลับกลายเป็นคนอมทุกข์ คิดว่าตัวเองไม่มีใครเข้าใจ ไม่มีใครรัก จนทำให้พลาดชีวิตโสดดีๆ ไปอย่างน่าเสียดาย และจะพาลทำให้พลาดคู่ชีวิตดีๆ ด้วยเหมือนกัน
ชีวิตคนโสดที่ดี มันต้องมีความสุขกับตัวเอง ให้เวลากับตัวเองได้ทำสิ่งที่เป็นความสุขบ้าง อยากไปไหน ไปเลยครับ อยากทำไรทำเลยครับ ชีวิตนี้เป็นของเราแล้ว อิสรเสรี ไม่อยากไปคนเดียวก็ไปกับเพื่อนได้ แต่พอรวมตัวกันมากๆ ก็ลดความสนุกในความปากหมานกันบ้าง ก็น่าจะเป็นคนโสดที่มีเสน่ห์โดยไม่รู้ตัวแล้วล่ะ นี่เรากำลังจะตั้งใจเป็นคนโสดที่ดีครับอย่าเข้าใจผิด
แต่บางทีก็ต้องแยกให้ออกนะครับ ระหว่างความอิสระซึ่งกินความไปถึงความเป็นตัวของตัวเอง กับความสันโดษ จะบอกว่าฉันเป็นของฉันแบบนี้ จะอยู่กับฉันต้องรับฉันให้ได้ อย่างนี้เรียกว่าเป็นตัวของตัวเองมากเกินไป และก็ไม่ใช่วิถีคนโสดที่ดีครับ ซึ่งคนโสดบางพวกก็เป็นเช่นนี้จริงๆ ความจริงทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่า 'โสด' นั้นหมายความว่าไร้คู่ คือคนพร้อมที่จะมีคู่ครับแต่ยังไร้คู่ ไม่ได้หมายความถึงคนที่ไร้คู่และไม่พร้อมจะมีคู่
ส่วนคนที่ปฏิเสธการมีคู่โดยสิ้นเชิงเรียกว่า 'คนสันโดษ'สันโดษในที่นี้เป็นคนละความหมายกับทางพุทธศาสนา
สันโดษที่ผมหมายถึงนั้นเป็นความหมายด้านลบ คือการพอใจที่จะอยู่คนเดียวแบบไร้คู่ครองโดยตัวเองไม่ได้มีความสุขอย่างแท้จริง อย่างที่เคยได้ยินบ่อยๆ ว่าเป็นการปลอบใจตัวเองของคนโสด ที่มักจะบอกใครๆ ว่ามีความสุขดี แต่ก็แอบเศร้าเวลาอยู่คนเดียว คนประเภทนี้จะเอาแต่ใจตัวเองอยู่ ภายนอกดูเหมือนคนโสดธรรมดา แต่จะมีทัศนะคติด้านลบกับการมีคู่ครอง เป็นคนโสดแบบแค่นๆ
และผมก็เลยคิดว่า คนที่บอกว่ามีความสุขกับชีวิตโสดอยู่ทุกวันๆ นั้นเขาเข้าใจหรือไม่ว่าเป็นความโสดหรือความสันโดษกันแน่ ถ้าให้ผมทาย ร้อยละ 90 กว่าเป็นคนสันโดษ ส่วนที่เหลือเป็นคนโสดจริงๆ เป็นคนโสดที่น่าจะไม่โสด ถ้าผมเห็นคนโสดจริงๆ อย่างที่ว่านี่ละก็-ก็คงหวั่นไหวได้เหมือนกัน หรือใครจะค้านครับ?
ทีนี้เราก็ยิ้มรับชีวิตโสดของเราได้ซะที ผมเห็นภาพคนโสดเดินไปก็ยิ้มไป มันน่าดูนะครับ ว่าไหม? ไม่ได้บ้า คนโสดไม่จำเป็นต้องเดินหน้าเศร้า ก็คนมันมีความสุข คนมีแฟนเขายังเดินยิ้มกันได้ แล้วทำไมคนโสดจะเดินยิ้มไม่ได้
ผมคงไม่แปลกใจที่เห็นหนุ่มโสดคนหนึ่งและสาวโสดอีกคนหนึ่งยิ้มให้กันและกันโดยไม่ตั้งใจ แล้วกลับกลายเป็นความตั้งใจขึ้นมา ผมคงทำได้แค่บรรยายภาพ แต่ความรู้สึก ต้องเป็นคุณเท่านั้นที่จะต้องไปสัมผัสด้วยตัวเอง
แต่ขั้นแรกต้องเป็นคนโสดให้ได้ซะก่อน!
คนโสดหลายคนไม่คิดแบบนี้หรอก ส่วนใหญ่จะบ่นกันว่าอยากมีแฟน เมื่อไหร่จะหาใครสักคนอยู่ข้างๆ กายเหมือนคนอื่นเขาบ้าง ผมยอมรับว่าผมก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกัน เพราะตอนที่อยู่ในชีวิตหนุ่มโสด เที่ยวเล่นกับเพื่อนซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ชาย เห็นใครเดินจูงมือกันไปมันต้องได้อิจฉาตาร้อนทุกคราไป ได้แต่ปลอบใจกันไปกันมา พอจะทำให้ลืมความเหงาได้บ้าง
พฤติกรรมของคนโสดมักจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่และเป็นเพศเดียวกัน ลองนึกภาพหนุ่มโสดรวมกันเมื่อไร จะกลายร่างเป็นมนุษย์หมาที่ปากทุกตัว กรณีนี้ผู้หญิงก็ไม่เว้นครับ กลายร่างได้เหมือนกัน แต่อาจจะแค่ซุบซิบกันอยู่ในกลุ่ม
มันก็สนุกดีนะครับ อันนี้พูดตามตรงเลย จะเป็นด้วยความคึกคะนอง หรือ ความสะใจส่วนตัวก็แล้วแต่ เรื่องชาวบ้าน แฟนชาวบ้านมันมีเรื่องให้แซวให้เมาท์ได้ตลอด แต่พอเดินคนเดียวหรือนั่งคนเดียวก็กลายเป็นมนุษย์ขี้เหงา สายตาเหม่อมองฟ้า ยิ่งเป็นฟ้ายามเย็นความเหงามันยิ่งรุมเร้าจับใจเลย
แต่ใช่ว่าคนโสดจะมีแต่ความทุกข์ เพราะผมก็เคยเห็นคนที่มีความสุขกับชีวิตโสดด้วยเหมือนกัน ส่วนใหญ่เป็นคนที่มีอายุพ้นวัยหาคู่ครองไปแล้ว ถ้าเป็นหญิงก็มีอายุประมาณเริ่มเลขสามนำหน้า ไม่ได้หมายความว่าจะหาไม่ได้แล้วนะครับ อาจจะเป็นเพราะชีวิตรักที่ผ่านๆมาบอกสอนให้รู้ว่ายังมีอะไรที่มากกว่าความรักหากคนสองคนจะอยู่เป็นคู่ชีวิตกัน เริ่มจะพูดกับตัวเองว่าเป็นโสดดีกว่า และปลงแล้วอะไรทำนองนั้นน่ะครับ ก็มีความสุขไปอีกแบบนะ กรณีผู้ชายก็มีครับ แต่อาจจะเป็นกรณีซ่อนเร้นอะไรบางอย่างไว้ได้เหมือนกันอันนี้ต้องดูดีๆ
ถึงยังไงผมก็ยังส่งเสริมให้คนโสดมีความสุขกับชีวิตโสดอยู่ดีครับ ไม่ว่าจะปลงแล้วหรือยังไม่ปลง บางคนอาจแย้งผมในใจว่า คนไม่เคยมีแฟนต่อให้ชีวิตโสดมีความสุขแค่ไหน มันก็ยังโหยหาชีวิตที่มีใครสักคนคอยอยู่ใกล้ๆ ดูบ้าง อยากไม่โสดบ้าง อยากเป็นคนมีเจ้าของบ้าง คนที่เคยมีความรักถึงแม้เจ็บปวดก็ยังดีกว่าคนที่ไม่เคยมีรัก อกหักดีกว่ารักไม่เป็นว่าอย่างนั้นเถอะ
ใช่ครับ คนโสดทุกคนเป็นแบบนั้นจริงๆ แต่ว่าบางคนโหยหาเกินไปกลับกลายเป็นคนอมทุกข์ คิดว่าตัวเองไม่มีใครเข้าใจ ไม่มีใครรัก จนทำให้พลาดชีวิตโสดดีๆ ไปอย่างน่าเสียดาย และจะพาลทำให้พลาดคู่ชีวิตดีๆ ด้วยเหมือนกัน
ชีวิตคนโสดที่ดี มันต้องมีความสุขกับตัวเอง ให้เวลากับตัวเองได้ทำสิ่งที่เป็นความสุขบ้าง อยากไปไหน ไปเลยครับ อยากทำไรทำเลยครับ ชีวิตนี้เป็นของเราแล้ว อิสรเสรี ไม่อยากไปคนเดียวก็ไปกับเพื่อนได้ แต่พอรวมตัวกันมากๆ ก็ลดความสนุกในความปากหมานกันบ้าง ก็น่าจะเป็นคนโสดที่มีเสน่ห์โดยไม่รู้ตัวแล้วล่ะ นี่เรากำลังจะตั้งใจเป็นคนโสดที่ดีครับอย่าเข้าใจผิด
แต่บางทีก็ต้องแยกให้ออกนะครับ ระหว่างความอิสระซึ่งกินความไปถึงความเป็นตัวของตัวเอง กับความสันโดษ จะบอกว่าฉันเป็นของฉันแบบนี้ จะอยู่กับฉันต้องรับฉันให้ได้ อย่างนี้เรียกว่าเป็นตัวของตัวเองมากเกินไป และก็ไม่ใช่วิถีคนโสดที่ดีครับ ซึ่งคนโสดบางพวกก็เป็นเช่นนี้จริงๆ ความจริงทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่า 'โสด' นั้นหมายความว่าไร้คู่ คือคนพร้อมที่จะมีคู่ครับแต่ยังไร้คู่ ไม่ได้หมายความถึงคนที่ไร้คู่และไม่พร้อมจะมีคู่
ส่วนคนที่ปฏิเสธการมีคู่โดยสิ้นเชิงเรียกว่า 'คนสันโดษ'สันโดษในที่นี้เป็นคนละความหมายกับทางพุทธศาสนา
สันโดษที่ผมหมายถึงนั้นเป็นความหมายด้านลบ คือการพอใจที่จะอยู่คนเดียวแบบไร้คู่ครองโดยตัวเองไม่ได้มีความสุขอย่างแท้จริง อย่างที่เคยได้ยินบ่อยๆ ว่าเป็นการปลอบใจตัวเองของคนโสด ที่มักจะบอกใครๆ ว่ามีความสุขดี แต่ก็แอบเศร้าเวลาอยู่คนเดียว คนประเภทนี้จะเอาแต่ใจตัวเองอยู่ ภายนอกดูเหมือนคนโสดธรรมดา แต่จะมีทัศนะคติด้านลบกับการมีคู่ครอง เป็นคนโสดแบบแค่นๆ
และผมก็เลยคิดว่า คนที่บอกว่ามีความสุขกับชีวิตโสดอยู่ทุกวันๆ นั้นเขาเข้าใจหรือไม่ว่าเป็นความโสดหรือความสันโดษกันแน่ ถ้าให้ผมทาย ร้อยละ 90 กว่าเป็นคนสันโดษ ส่วนที่เหลือเป็นคนโสดจริงๆ เป็นคนโสดที่น่าจะไม่โสด ถ้าผมเห็นคนโสดจริงๆ อย่างที่ว่านี่ละก็-ก็คงหวั่นไหวได้เหมือนกัน หรือใครจะค้านครับ?
ทีนี้เราก็ยิ้มรับชีวิตโสดของเราได้ซะที ผมเห็นภาพคนโสดเดินไปก็ยิ้มไป มันน่าดูนะครับ ว่าไหม? ไม่ได้บ้า คนโสดไม่จำเป็นต้องเดินหน้าเศร้า ก็คนมันมีความสุข คนมีแฟนเขายังเดินยิ้มกันได้ แล้วทำไมคนโสดจะเดินยิ้มไม่ได้
ผมคงไม่แปลกใจที่เห็นหนุ่มโสดคนหนึ่งและสาวโสดอีกคนหนึ่งยิ้มให้กันและกันโดยไม่ตั้งใจ แล้วกลับกลายเป็นความตั้งใจขึ้นมา ผมคงทำได้แค่บรรยายภาพ แต่ความรู้สึก ต้องเป็นคุณเท่านั้นที่จะต้องไปสัมผัสด้วยตัวเอง
แต่ขั้นแรกต้องเป็นคนโสดให้ได้ซะก่อน!


ความคิดเห็น