Lovesucks (2015)

แม้หนังจะพาให้เราเพลิดเพลินไปจนจบเรื่องแบบไม่รู้สึกเบื่อหน่าย แต่โดยรวมแล้วหนังก็ยังไม่สร้างความตรึงใจหรือสร้างจุดสุดยอดทางอารมณ์ได้อย่างที่หนังรักควรจะทำ ซึ่งจริงๆแล้วหนังรักก็ไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามสูตรนั้นเสมอไป แต่ในเรื่องนี้เราเห็นความพยายามที่หนังจะเป็นแบบนั้น แต่ความพยายามยังไม่พาให้หนังไปสุดในทางที่หนังต้องการจะเป็น
มุขทำเซอร์ไพร์ทของแฟนหนุ่มนักกีฬาซึ่งใช้เครื่องบันทึกเสียงโดยตั้งใจให้คล้องจองกับสิ่งที่นางเอกกำลังปฏิบัติอยู่นั้น กลายเป็นความบกพร่องของผู้เขียนบทมากกว่าจะสร้างความแปลกใจให้ผู้ชม หากจะใช้มุขนี้ให้ได้ผลจะต้องให้เสียงในเทปนั้นต่อเนื่องโดยไม่มีช่วงหยุด
ฉากที่สำคัญที่สุดซึ่งได้เปลี่ยนชีวิตนางเอกไปก็คือ การพบกันครั้งแรกในลิฟท์ มันจะไม่กลายเป็นจุดบกพร่องเลยหากเป็นบริบทต่างประเทศ แต่ในบริบทไทยการพูดคุยกับคนแปลกหน้าในลิฟท์ย่อมต้องมีเหตุการณ์เอื้อในการพูดคุยมากกว่านี้
อาจจะสร้างปูมหลังให้นางเอกเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดีเป็นคนหัวก้าวหน้า เป็นลูกครึ่ง ใช้ชีวิตในต่างประเทศอยู่นาน ฯลฯ เหล่านี้ก็จะเชื่อได้ว่าเธอจะมีบทสนทาอย่างในลิฟท์นั้นได้ หรือแค่ให้ผู้ชายลืมตัวบ่นถึงผลกีฬาสักอย่างออกมาดังๆ บาสก็ได้ แล้วนางเอกก็อาจจะพูดแซวต่อ เช่นนี้แล้วก็จะสมเหตุสมผมตามบริบท น่าเชื่อ และมันสามารถเกิดในชีวิตจริงที่จับต้องได้ ไม่ได้เป็นแค่ฉากหนึ่งในหนังรักที่ตั้งใจให้ทั้งคู่มาเจอกัน

ความคิดเห็น

Populars